นิรันดร์ จุลทรัพย์ (2552:293) ได้ให้นิยามของคำว่าการจัดการความรู้ ไว้ว่า “คำว่าการจัดการความรู้หรือ (Knowledge Management) นั้น ถ้าจะให้เข้าใจให้ได้ดีและไม่เกิดความสับสน เราจะต้องแยกคำสองคำนี้ออกจากกันก่อน คือคำว่า Knowledge และคำว่า Manage คำแรก Knowledge คือความรู้ที่อยู่รอบตัวเราทั้งหมดทั้งนี้รวมถึง Tacit knowledge หรือความรู้ที่ไม่มีกฎเกณฑ์ที่แน่นอน ยากจะถ่ายทอดออกมาเป็นข้อความหรือตัวหนังสือหรือสื่อต่างๆ เป็นความรู้ที่อยู่กับตัวบุคคล เป็นประสบการณ์ส่วนบุคคล และ Explicit knowledge คือความรู้ที่มีกฎเกณฑ์ สามารถเขียนหรือใช้สื่อเขียนแทนได้ สามารถเรียนรู้ได้ สอนงานกันได้ เป็นต้น อีกคำหนึ่งคือคำว่า Manage คือการจัดการ เมื่อนำคำสองคำนี้มีผสมกันและแปลความหมาย จะหมายถึง เราจะทำอย่างไร (How to) ที่จะเอาความรู้ดังกล่าวข้างต้นและการสร้างองค์ความรู้ใหม่มาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวผ่านกระบวนการจัดการ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อองค์การ และหรือต่อคนในองค์การ”
http://www.kmi.or.th/kmi-articles/others-articles/49-z00002-about-km.html ได้ให้นิยามของคำว่าการจัดการความรู้ ไว้ว่าการจัดการความรู้ คือ
กระบวนการที่เป็นเครื่องมือ หรือวิธีการเพิ่มมูลค่าหรือคุณค่าของกิจการขององค์กร
กลุ่ม บุคคล หรือเครือข่ายของกลุ่มบุคคลหรือองค์กร
การจัดการความรู้ไม่ได้มีความหมายเพียงแค่การนำ "ความรู้"
มา "จัดการ" แต่มีความหมายจำเพาะและลึกซึ้งกว่านั้นมาก
การจัดการความรู้ประกอบด้วย กิจกรรมและกระบวนการ ต่อไปนี้เป็นอย่างน้อย
1. การ ขุดค้นและรวบรวมความรู้ คัดเลือกเอาไว้เฉพาะความรู้ที่จำเป็นสำหรับการใช้ประโยชน์
ทั้งจากภายในองค์กรและจากภายนอกองค์กร
นำมาตรวจสอบความน่าเชื่อถือและความเหมาะสมกับบริบทของสังคมและขององค์กร
ถ้าไม่เหมาะสมก็ดำเนินการปรับปรุง
2. การ จัดหมวดหมู่ความรู้ให้เหมาะสมต่อการใช้งาน
การจัดเก็บความรู้เพื่อให้ค้นหาได้ง่าย การสื่อสารเพื่อถ่ายทอดความรู้
การจัดกิจกรรมและกระบวนการเพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
3. การวิเคราะห์ สังเคราะห์ เพื่อยกระดับความรู้
4. การสร้างความรู้ใหม่
5. ความรู้ในการประยุกต์ใช้
6. การเรียนรู้จากการใช้ความรู้
จำเรียง กูรมะสุวรรณ (2553:162) ได้ให้นิยามของการจัดการความรู้ไว้ว่า Knowledge Management (KM) การจัดการความรู้ กระบวนการพัฒนาความรู้ของบุคคล
และองค์กรเพื่อสร้างคุณภาพและประสิทธิภาพโดยการรวมกลุ่มกัน
กำหนดวิสัยทัศน์ร่วมคิดร่วมทำ
แลกเปลี่ยนเรียนรู้จากประสบการณ์ของสมาชิกผสมผสานกับความรู้จากแหล่งความรู้จากแหล่งข้อมูลทั่วไป
มีการกำหนดเป้าหมาย วิธีการปฏิบัติ การทดลอง การตรวจสอบ
การสังเคราะห์และการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์
ในระดับบุคคล การร่วมกระบวนการจัดการความรู้ ช่วยเสริมสร้างความตระหนักคุณค่า
และความสามารถที่เป็นความรู้ฝังลึกอยู่ภายในตน
เกิดการปรับเปลี่ยนวิธีคิดและการปฏิบัติงานจนประสบความสำเร็จ
ในระดับองค์กร กระบวนการจัดการความรู้ เน้นการเรียนรู้เป็นเครือข่ายเชื่อมโยงกัน
สมาชิกขององค์กรต่างเสริมพลังกันฉันท์กัลยาณมิตร
ทำให้องค์กรมีความเข้มแข็งและผลงานก้าวหน้า สอดคล้องกับวิสัยทัศน์เกิดเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
(Learning Organization)
สรุป
การจัดการความรู้ คือ
กระบวนการในการบริหารจัดการความรู้อย่างเป็นระบบเป็นขั้นตอน
ตั้งแต่กระบวนการในการระบุความรู้ที่มีอยู่ในองค์การ
การจัดเก็บรวบรวมความรู้จากบุคลากร การจัดหมวดหมู่ความรู้ การเผยแพร่องค์ความรู้
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ตลอดจนการสร้างบรรยากาศที่เหมาะสมในการเรียนรู้
จนสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้และต่อยอดให้เกิดประโยชน์ในการทำงาน
เพื่อให้บรรลุตามเป้าประสงค์ขององค์การ การจัดการความรู้หรือ
(Knowledge Management) นั้น ถ้าจะให้เข้าใจให้ได้ดีและไม่เกิดความสับสน
เราจะต้องแยกคำสองคำนี้ออกจากกันก่อน คือคำว่า Knowledge และคำว่า Manage คำแรก Knowledge คือความรู้ที่อยู่รอบตัวเราทั้งหมดทั้งนี้รวมถึง Tacit
knowledge หรือความรู้ที่ไม่มีกฎเกณฑ์ที่แน่นอน
ยากจะถ่ายทอดออกมาเป็นข้อความหรือตัวหนังสือหรือสื่อต่างๆ
เป็นความรู้ที่อยู่กับตัวบุคคล เป็นประสบการณ์ส่วนบุคคล และ Explicit
knowledge คือความรู้ที่มีกฎเกณฑ์ สามารถเขียนหรือใช้สื่อเขียนแทนได้
สามารถเรียนรู้ได้ สอนงานกันได้ เป็นต้น อีกคำหนึ่งคือคำว่า Manage คือการจัดการ เมื่อนำคำสองคำนี้มีผสมกันและแปลความหมาย จะหมายถึง
เราจะทำอย่างไร (How to) ที่จะเอาความรู้ดังกล่าวข้างต้นและการสร้างองค์ความรู้ใหม่มาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวผ่านกระบวนการจัดการ
เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีต่อองค์การ และหรือต่อคนในองค์การ”
ที่มา
จำเรียง กูรมะสุวรรณ. (2553). การจัดการเรียนรู้.
(พิมพ์ครั้งที่1).กรุงเทพฯ:สามเจริญพานิช.
นิรันดร์ จุลทรัพย์. (2552). การจัดการเรียนรู้การแนะแนว. (พิมพ์ครั้งที่2). นำศิลป์โฆษณา.
สืบค้นเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2556
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น